การคาดการณ์อุตสาหกรรมสัตว์ปีกโลก
คาดการณ์อุตสาหกรรมสัตว์ปีกโลก โดย Rabobank สรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

1. รายงานที่จัดทำโดยทีมวิจัยและที่ปรึกษาด้านอาหารและธุรกิจเกษตรของธนาคาร Rabobank ประจำไตรมาสที่ ๓ ระบุว่า “สถานการณ์ของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกโลกมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากราคาอาหารสัตว์ลดลงและราคาเนื้อสัตว์ประเภทอื่นแพงขึ้น” แนวโน้มของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในภูมิภาคที่สำคัญๆ มีดังนี้

           -  อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของสหรัฐฯมีผลการดำเนินงานดีที่สุดและมีกำไรดีเนื่องจากสามารถรักษาสมดุลระหว่างอุปทานกับอุปสงค์ได้ ประกอบกับมีความต้องการซื้อสูงจากประเทศเม็กซิโกซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาไข้หวัดนกแพร่ระบาด  

           -  อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของแอฟริกาใต้และรัสเซียมีผลการดำเนินงานไม่ดีนักเนื่องจากมีอุปทานมากเกิน (oversupply) การที่แอฟริกาใต้มีการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการผลิตภายในประเทศตอบสนองความต้องการได้ไม่มากนัก ส่วนรัสเซียมีปัญหาอุปทานมากเกินเนื่องจากมีการชะลอตัวของตลาดและภาษีนำเข้าเนื้อสุกรลดลง ผู้บริโภคจึงหันไปบริโภคเนื้อสุกรมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาอุปทานมากเกินจากเนื้อสัตว์ปีกที่นำเข้ามาจากรัสเซีย

           -  อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของสหภาพยุโรป (EU) ปรับตัวดีขึ้น โดยราคาเนื้อไก่เพิ่มสูงขึ้นเพราะในช่วงฤดูร้อน มีความต้องการซื้อเนื้อไก่สดเข้ามามาก ประกอบกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ความต้องการบริโภคเนื้อไก่สูงขึ้น ส่วนการผลิตสัตว์ปีกของฝรั่งเศสเริ่มฟื้นตัวภายหลังจากซบเซามานานถึง ๑๘ เดือนเพราะบริษัทมีผลกำไรดีขึ้น ในระยะยาว EU ต้องระวังการหลั่งไหลเข้ามาของสินค้าสัตว์ปีกนำเข้าและผลกระทบจากมาตรการยกเลิกการอุดหนุนส่งออก (export subsidies)[1]

           การค้าเนื้อสัตว์ปีกของ EU มีแนวโน้มคงตัว แต่การส่งออกกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นจากประเทศบราซิลเนื่องจากค่าเงินบราซิลลดลงเมื่อเทียบกับเงินยูโร แต่ในปีที่ผ่านมา EU นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากบราซิลลดลงร้อยละ ๑๐ ซึ่งส่วนที่ลดลงนี้ EU ได้นำเข้าจากประเทศไทยแทน อย่างไรก็ดี ในอนาคตมีโอกาสที่เนื้อไก่สดจากยูเครนจะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดของบราซิลใน EU เนื่องจากยูเครนมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ EU มากกว่า อีกทั้งยูเครนยังเพิ่งได้รับอนุญาตให้ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกมายังตลาด EU ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา

2. ในภาพรวม อุตสาหกรรมสัตว์ปีกโลกได้รับอานิสงค์จากสภาพตลาดที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาอาหารสัตว์ลดลงและราคาเนื้อสัตว์ประเภทอื่นแพงขึ้น ส่วนการค้าได้รับผลกระทบด้านลบจากเศรษฐกิจในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ชะลอตัว การลดลงของค่าเงินเยนของญี่ปุ่น และความผันผวนของอุปสงค์จากประเทศจีนและฮ่องกง นักวิเคราะห์ของ Rabobank คาดการณ์ว่าการเติบโตของการค้าเนื้อสัตว์ปีกจะมีแนวโน้มคงที่ไปจนถึงสิ้นปีนี้และการค้าจะหันเหจากเอเซียไปสู่ตลาดในตะวันออกกลางและแอฟริกาแทน

           -  อุตสาหกรรมสัตว์ปีกในสหรัฐฯได้รับประโยชน์จากการที่ตลาดมีสภาพดีขึ้นเพราะสามารถบริหารอุปทานและอุปสงค์ได้อย่างสมดุล แม้ว่าในอนาคตการผลิตสัตว์ปีกของเม็กซิโกจะฟื้นตัวและเม็กซิโกจะยังอนุญาตให้มีการนำเข้าจากเนื้อสัตว์ปีกจากบราซิลได้ก็ตาม แต่ก็คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกของสหรัฐฯ มากนัก

          -  อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของ EU มีแนวโน้มกำไรเพิ่มขึ้นและราคาปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการผลิตเนื้อหมูของ EU จะลดลงในช่วงปลายปีนี้

          -  เป็นที่คาดหมายว่าอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของจีนและไทยจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการผลิตเนื้อสัตว์ปีกของประเทศจีนขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคไข้หวัดนกได้หรือไม่

           นาย Nan-Dirk Mulder นักวิเคราะห์ของ Rabobank พยากรณ์ว่าการควบรวมกิจการ (consolidation) ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกจะยังคงเกิดขึ้นต่อไป โดยผู้ผลิตที่มีความแข็งแกร่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่มาจะพยายามควบรวมกิจการเพื่อรักษาสมดุลของตลาดทั้งในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค รวมทั้งจะมีการควบรวมกิจการระหว่างประเทศ (cross-border consolidation) หรือระดับโลก เช่น การควบรวมกิจการระหว่างบริษัทในสหรัฐฯซึ่งมีอุปทานธัญพืชราคาถูกจำนวนมากกับบริษัทในประเทศจีนที่มีธัญพืชไม่เพียงพอ เป็นต้น

21 พฤศจิกายน 2556
โดย: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ